7 ประโยชน์ของการให้ สิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่า

หลายๆคนคงเคยได้ยินว่า การให้นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การให้แบบไหนล่ะถึงจะเป็นการให้ที่สมบูรณ์และมีความสุข คำตอบก็คงเป็น การให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทนนั่นเอง เพราะการให้นั้นจริงๆแล้วไม่ใช่เพียงแค่การให้สิ่งของแต่มันเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆให้กันและกันนั่นเอง

1. เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อคนอื่น
เมื่อเราช่วยเหลือหรือแบ่งปันบางสิ่งบางอย่างให้กับคนอื่น บางทีเราอาจะไม่ได้คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น แต่มันอาจจะมีประโยชน์หรือมีคุณค่าทางจิตใจต่อชีวิตคนๆนึงได้เหมือนกัน เพราะเขาอาจจะไม่เคยได้รับสิ่งนั้นเลย มันทำให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณคนที่มอบให้กับพวกเขา

สิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อคนอื่น เช่น การที่เรามอบความรู้แก่เด็กที่ด้อยโอกาสหรือโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ การมอบหนังสือ เสื้อผ้า อาหารแก่คนที่ยากจนหรือคนที่ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ หรือแม้กระทั่งตุ๊กตาหรือของเล่นแก่เด็กที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักหรือสัมผัส มันอาจจะเป็นอะไรที่มหัศจรรย์และมีค่าต่อเขามาก ๆก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะระดับคุณค่าการได้รับของคนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจได้เท่านี้ก็พอแล้วหรือบางคนอาจอยากได้มากกว่านี้นั่นเอง

2. รู้จักการเสียสละและแบ่งปัน
การเสียสละเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการมองเห็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากกว่าตนเอง การเสียสละนั้นมีหลายแบบ เช่น เสียสละสิ่งของที่ตนเองมีหรือเสียสละความรู้สึกที่เป็นความสุขต่อตนเองแล้วมอบให้กับคนอื่น เพราะคนที่เสียสละมองว่ามันดีกว่าและเป็นประโยชน์มากกว่า หรือแม้กระทั่งการเสียสละชีวิตหรืออวัยวะเพื่อรักษาอีกชีวิตหนึ่งไว้

เมื่อเกิดเหตุการณ์ทุกข์ยากลำบากในสังคม การเสียสละเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สังคมดำเนินต่อไปได้ เช่น เกิดสภาวะน้ำท่วม ความแห้งแล้ง หรือเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิด เราสามารถช่วยเหลือผู้คนที่เจอกับสภาวะเหล่านี้โดยการเสียสละสิ่งของที่เราพอจะช่วยได้และสิ่งนั้นต้องไม่ทำให้เราเดือดร้อนด้วย หากเราไม่มีสิ่งของหรือเงินทองมากพอ เราก็สามารถให้กำลังใจหรือความรู้สึกดี ๆให้กันและกัน เพื่อให้เขามีรอยยิ้มและมีแรงฮึดสู้กับสภาวะที่เจออยู่ก็ได้

3. ได้รับความสุข และความอิ่มเอมใจ
แน่นอนว่า ความสุขของคนเราต่างมีรูปแบบที่หลากหลายและระดับที่ต่างกัน แต่การที่เรามอบอะไรให้ใครสักคน ในบางครั้งในฐานะที่เราเป็นคนให้อาจเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าคนที่ได้รับเสียอีก มันเป็นความสุขที่มากกว่าการได้กินของอร่อยหรือได้ไปเที่ยวในที่ ๆ อยากไป

ความสุขจากการให้มองว่าเป็นความสุขที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ เพราะเป็นความสุขที่เราสร้างจากตัวเราเองโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เช่น สุขจากการที่ให้สิ่งของ เช่น เงินทอง เสื้อผ้า อาหาร หรือความสุขทางใจ ก็อย่างเช่น ให้อภัย ให้ความรัก ความช่วยเหลือ กำลังใจ หรือการเสียสละ เป็นต้น

4. รู้จักใจกว้าง และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มากขึ้น
การให้สามารถทำให้เรากลายเป็นคนใจกว้างมากขึ้น และยังทำให้ ‘ความตระหนี่ถี่เหนียว’ ในใจเราน้อยลง เมื่อเรามอบอะไรที่อาจจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่บางที่ก็มีความหมายและมีค่าสำหรับคนๆนั้นหรือแม้กระทั่งสามารถช่วยต่อลมหายใจให้พวกเขาได้มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้

ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นสิ่งที่มนุษย์คนเราทุกคนควรมี เมื่อพบคนอื่นที่เขาด้อยโอกาสหรือคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ เราก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยและมองว่าสิ่งนี้จำเป็นต้องให้ความสำคัญและตระหนักให้มาก ๆ เพราะมีส่วนทำให้สังคมน่าอยู่และอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุขอีกด้วย

5. รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น
การเห็นอกเห็นใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการอยู่ในสังคม มันสามารถลดความแตกแยกหรือความขัดแย้งน้อยลงได้และสร้างความเป็นมิตรไม่ตรีต่อกันได้ ซึ่งการเห็นอกเห็นใจเรียกว่า “empathy” เป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเราโดยที่เราเข้าไปอยู่ในมุมของเขาและเข้าใจเขาอย่างแท้จริง และยังช่วยทำให้เรามีมิตรภาพที่ดีและปรองดองกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น

ความเห็นแก่ตัวเป็นพื้นฐานที่ทำให้เราไม่รู้จักการให้ ขาดมิตรภาพ หากเรามีความเห็นอกเห็นใจกัน รู้จักมีเมตตา จะทำให้เราเห็นคุณค่าของคนอื่นและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น และทำให้เรากลายเป็นคนมีคุณธรรม เกิดความสุขสงบในจิตใจมากขึ้นอีกด้วย

ผมแนะนำให้อ่านบทความเรื่อง ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ของผมเพิ่มนะครับ จะอธิบายเรื่องทักษะการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในรูปแบบต่างๆไว้

6. เป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง
คุณค่าในตัวเราสามารถสร้างขึ้นได้จากการทำในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น สังคมและประเทศชาติ การให้ก็เช่นกันถือว่าเป็นการสร้างคุณค่าและเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตของคนที่รู้จักการให้ เพราะเป็นคุณธรรมพื้นฐานของคนที่เป็นคนดี และสามารถเป็นได้ทั้งที่รักของคนอื่นและถูกยอมรับจากคนในสังคมอีกด้วย

เมื่อเราเห็นคุณค่าในตัวเอง จะทำให้เรามีความเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเอง เพราะฉะนั้นจึงอยากให้เราทุกคนตระหนักในการให้และช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่จะทำได้ เราจะรู้สึกเองว่าชีวิตของเรามีความหมายและเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราอยากทำอะไรดี ๆมากขึ้นในทุกวัน

7. ใช้ชีวิตเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เครียดน้อยลง
การให้เป็นพลังบวกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเรามีความสุขและมีรอยยิ้มได้ในทุกวัน รอยยิ้มเราอาจจะไม่ใช่แค่มอบหรือได้รับสิ่งของหรือวัตถุ แต่เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการให้มิตรภาพ การให้อภัย การให้เกียรติและเคารพกัน หรือแม้กระทั่งการให้ความรู้หรือสิ่งที่ทำให้คนอื่นนำไปใช้แล้วเกิดประโยชน์ในชีวิต สิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้เกิดรอยยิ้มได้โดยไม่เสียเงินเลยสักบาท

นอกจากนี้การให้ยังสามารถนำมาสู่การมีสุขภาพจิตที่ดีได้ เพราะช่วยลดความเครียด ความซึมเศร้า และความวิตกกังวลน้อยลง ได้มิตรภาพหรือเพื่อนใหม่ๆเพิ่มขึ้น และเกิดความสุขทั้งตนเองและผู้อื่นอีกต่างหาก

การให้คือ การสละออกหรือการแบ่งปันให้แก่คนอื่น ๆเพื่อได้รับสิ่งๆนั้น และการให้บางสิ่งบางอย่างแก่ใครสักคน เราต้องคิดแล้วว่าสิ่งที่ให้ไปมันเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อคนที่เรามอบให้ อีกทั้งมันยังนำไปสู่ความสุขแก่บุคคลเหล่านั้นได้อีกด้วย มองว่าการให้เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขของคนในสังคม และยังช่วยสร้างความปรองดอง ความสามัคคีและมิตรภาพที่ดีงามต่อคนในสังคมอีกด้วย