มีกลิ่นตัว สาเหตุเกิดมาจากอะไรบ้าง




ทำไมเราถึงยังรู้สึกมีกลิ่นตัว ทั้งๆ ที่ก็อาบน้ำไปแล้ว แถมมั่นใจว่าอาบอย่างสะอาด ใช้สบู่หอมๆ ด้วยอีกต่างหาก น้ำหอมก็ฉีด ครีมหอมๆก็ทา แต่กลิ่นตัวนั้นก็ยังไม่หายไปสักที จนทำให้ขาดความมั่นใจ

วันนี้เราจึงมีบทความ มีกลิ่นตัว สาเหตุเกิดมาจากอะไรบ้าง มาฝากกัน แล้วคุณอาจจะต้องประหลาดใจเชียวล่ะ ว่ายังมีปัจจัยอีกหลายอย่างเลยทีเดียวที่ทำให้มีกลิ่นตัว และอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดเลยทีเดียว

1.ชอบกินอาหารรสจัดและเครื่องเทศ
เครื่องเทศอย่างกระเทียมหรือหัวหอม จะทำให้ร่างกายของคุณต้องปล่อยก๊าซที่มีกำมะถันออกมาเพื่อการย่อยสลาย สารประกอบเหล่านี้ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด และส่งผลให้เกิดกลิ่นตัว อาหารชนิดอื่นๆ ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ เช่น บล็อคโคลี่ กะหล่ำดาว และผักอื่นๆ ที่อยู่ในตระกูลกะหล่ำ

2. ระดับความเครียดสูง
เหงื่อที่ออกตามปกตินั้น จริงๆ แล้วจะมีกลิ่นน้อยกว่าเหงื่อที่เกิดจากความเครียด ต่อมเหงื่อชนิดนี้เรียกว่า ต่อมอะโพไครน์ (Apocrine glands) ของเหลวจากต่อมนี้มีน้ำน้อยกว่า แต่ดึงดูดแบคทีเรียได้สูงกว่า จึงมีโอกาสเกิดกลิ่นมากกว่า แน่นอนว่า คุณควรพยายามผ่อนคลายเพื่อลดความเครียด แต่คุณก็ควรซักผ้าของคุณเป็นประจำด้วย เพื่อกำจัดแบคทีเรียส่วนใหญ่ออกไป

3. แอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่แอลกอฮอล์ไหลเวียนในกระแสเลือดนั้น กลไกร่างกายของคุณถือว่ามันเป็นสารพิษ ดังนั้น ร่างกายของคุณจึงพยายามขับแอลกอฮอล์ออกไปให้เร็วที่สุด นี่เป็นคำอธิบายจาก Buddy T ผู้เชี่ยวชาญด้านแอลกอฮอล์จาก About.com ในเรื่องกลไกในการขับแอลกอฮอล์ของร่างกาย ตับ เป็นจุดในการเผาผลาญแอลกอฮอล์ หลังจากนั้น แอลกอฮอล์จะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ หากมีการบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินความสามารถของตับ ผลก็คือจะถูกขับออกผ่านทางลมหายใจและเหงื่อ

4. บราที่ไม่ค่อยได้ซัก
บางทีผู้หญิงก็มักละเลยการซักและเปลี่ยนบราหรือเสื้อยกทรง เพราะคิดว่าไม่เปื้อนหรือสกปรก เนื่องจากอยู่ด้านใน แต่ในความจริงแล้ว บราปกคลุมพื้นที่ของร่างกาย ซึ่งมักจะมีเหงื่อออกอยู่เสมอ เช่น ใต้วงแขน หลัง และหน้าอก วัสดุที่ใช้ในการผลิตชุดชั้นใน ก็สามารถดูดซับความชื้นได้ง่าย และความชื้นก็เป็นตัวกระตุ้นให้เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ส่งกลิ่นได้

5. ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์
การกลายพันธุ์ของยีนบางอย่าง เชื่อกันว่าจะสร้างไตรเมทิลามีน (Trimethylamine) สารเคมีซึ่งมีกลิ่นเหมือนคาวปลา จากข้อมูลของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ ในสหรัฐฯ คนที่มีไตรเมทิลามีนเป็นผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า และมีความแปลกแยกทางสังคม

6. เบาหวาน
ในกรณีของโรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษา ร่างกายจะเริ่มขับไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน ส่งผลให้ระดับคีโตน (Ketone) ในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น หลังจากนั้น สิ่งที่สะสมเอาไว้นี้ก็จะเปลี่ยนเป็นกลิ่นตัว มีการกล่าวว่าการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นวิธีการรักษาอาการกลิ่นปากที่ดีอย่างหนึ่ง

7. ผลข้างเคียงของยา
ยาสามารถรักษาโรคของคุณได้ แต่ก็สามารถทำให้คุณมีกลิ่นได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น มอร์ฟีน หรือยาลดไข้ ที่สามารถทำให้คุณมีเหงื่อออก นอกเหนือจากนั้นยังมีข้อมูลจากเมโยคลินิกว่า ยาต้านฮิสตามีน (antihistamines) ยาหดหลอดเลือด (decongestant) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาระงับประสาท ยังสามารถทำให้คุณปากแห้งซึ่งมักจะนำไปสู่การมีกลิ่นปากได้

เราก็ได้รู้กันแล้วว่า มีกลิ่นตัว สาเหตุเกิดมาจากอะไรบ้าง หลังจากนี้เราก็ลองสังเกตตัวเองดูนะว่าสาเหตุที่เกิดนั้นมาจากอะไร เพื่อว่าเราจะอยากไม่มีกลิ่นตัวแล้ว จะได้ปรับปรุงตัวเองได้ทัน

Related Post

Baby Oil ทำอะไรได้บ้าง มีประโยชน์อย่างไรBaby Oil ทำอะไรได้บ้าง มีประโยชน์อย่างไร



หลายๆคน คงรู้จัก Baby Oil กันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าไม่ได้มีเพียงแต่เด็กเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ แต่ Baby Oil นั้นสามารถใช้ได้กันทุกเพศทุกวัย และยังมีประโยชน์อีกมากมายอีกด้วย เรามาดูกันดีกว่าว่า Baby Oil ทำอะไรได้บ้าง มีประโยชน์อย่างไร มาดูกันเลย ใช้เช็ดเมคอัพได้ เวลาที่เราต้องการความสะดวกสบาย เช่น เวลาไปต่างจังหวัดหรือไปฟิตเนส เราก็จะเลือกใช้แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง (makeup remover sheets) กันซะส่วนใหญ่ แต่หากใครอยากประหยัดเนื้อที่ ลองเทเบบี้ออยล์ลงแผ่นคอตตอนให้ชุ่มแล้วเก็บใส่ถุงซิปล็อคเอาไว้ ก็พกพาไว้ลบเครื่องสำอางได้หมดจด+จัดกระเป๋าได้ง่ายขึ้นเยอะ ใช้บำรุงผิวใต้ตา

7 ประโยชน์ของการให้ สิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่า7 ประโยชน์ของการให้ สิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่า



หลายๆคนคงเคยได้ยินว่า การให้นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การให้แบบไหนล่ะถึงจะเป็นการให้ที่สมบูรณ์และมีความสุข คำตอบก็คงเป็น การให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทนนั่นเอง เพราะการให้นั้นจริงๆแล้วไม่ใช่เพียงแค่การให้สิ่งของแต่มันเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆให้กันและกันนั่นเอง 1. เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อคนอื่น เมื่อเราช่วยเหลือหรือแบ่งปันบางสิ่งบางอย่างให้กับคนอื่น บางทีเราอาจะไม่ได้คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น แต่มันอาจจะมีประโยชน์หรือมีคุณค่าทางจิตใจต่อชีวิตคนๆนึงได้เหมือนกัน เพราะเขาอาจจะไม่เคยได้รับสิ่งนั้นเลย มันทำให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณคนที่มอบให้กับพวกเขา สิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อคนอื่น เช่น การที่เรามอบความรู้แก่เด็กที่ด้อยโอกาสหรือโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ การมอบหนังสือ เสื้อผ้า อาหารแก่คนที่ยากจนหรือคนที่ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ หรือแม้กระทั่งตุ๊กตาหรือของเล่นแก่เด็กที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักหรือสัมผัส มันอาจจะเป็นอะไรที่มหัศจรรย์และมีค่าต่อเขามาก ๆก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะระดับคุณค่าการได้รับของคนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจได้เท่านี้ก็พอแล้วหรือบางคนอาจอยากได้มากกว่านี้นั่นเอง 2. รู้จักการเสียสละและแบ่งปัน การเสียสละเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการมองเห็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากกว่าตนเอง การเสียสละนั้นมีหลายแบบ